ถังกรอง

ถังกรอง

แนะนำวิธีการเลือกถังกรองให้เหมาะสมกับสระว่ายน้ำขนาดเล็ก และ สระใหญ่

การมีสระว่ายน้ำที่สะอาด ใส และ ปลอดภัย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใส่สารเคมีเพียงอย่างเดียว แต่ “ระบบกรองน้ำ” คือหัวใจสำคัญที่ช่วยรักษาคุณภาพน้ำในระยะยาว และ ในระบบกรองนั้น “ถังกรอง” คืออุปกรณ์หลักที่มีบทบาทสำคัญโดยตรง ซึ่งคำถามที่หลายๆคนสงสัย คือ สระขนาดเล็ก กับ สระใหญ่ ต้องเลือกถังกรองน้ำแบบเดียวกัน หรือ ไม่? ซึ่งคำตอบคือ “ไม่” เพราะขนาดของสระจะส่งผลโดยตรงต่อขนาด และ ประเภทของถังกรองที่ควรเลือก ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณเจาะลึกการเลือกถังกรองให้เหมาะกับสระว่ายน้ำ ทั้งในด้านขนาด ประสิทธิภาพ และ ความคุ้มค่า เพื่อให้คุณเลือกได้อย่างถูกต้องและใช้งานได้ยาวนาน

ทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของขนาดสระว่ายน้ำ และ อัตราการไหล (Flow Rate)

ก่อนจะไปดูประเภทของถังกรอง เราต้องเข้าใจหลักการพื้นฐานที่เรียกว่า Turnover Rate หรือ "อัตราการหมุนเวียนน้ำ" ก่อน โดย

  • มาตรฐานสากล: น้ำในสระทั้งหมดควรได้รับการกรองผ่านระบบการกรองอย่างน้อย 1 รอบ ภายใน 6-8 ชั่วโมง
  • สูตรคำนวณเบื้องต้นมี ดังนี้ : Flow Rate ที่ต้องการ (กิโลลิตร/ชม.) = ปริมาตรน้ำในสระทั้งหมด (ลูกบาศก์เมตร) / เวลาที่ต้องการกรองให้ครบ 1 รอบ (ชม.)

หากคุณมีสระขนาดใหญ่ ปริมาณน้ำมหาศาลหมายความว่าคุณต้องการถังกรองที่มีพื้นที่หน้าตัดกว้างขึ้นเพื่อให้น้ำไหลผ่านได้ทันเวลานั่นเอง

แนะนำการเลือกถังกรองของสระขนาดเล็ก (Pool S: 10 - 30 ลบ.ม.)

กลุ่มเป้าหมาย : สระวิลล่าขนาดเล็ก, สระน็อคดาวน์, จากุซซี่ หรือ สระหน้าบ้านพื้นที่จำกัด

โดยลักษณะเฉพาะของสระเล็ก จะเป็นที่มักมีการใช้งานไม่หนักมาก (Low Load) หรือ ใช้กันเฉพาะในครอบครัว และ มีพื้นที่ติดตั้งห้องเครื่องที่จำกัด

จึงควรเลือกประเภทถังกรองที่แนะนำ ได้แก่

  1. ถังกรองกระดาษ (Cartridge Filter): หลายๆคนคงสงสัยว่าทำไมถึงเหมาะเนื่องจากถังประเภทนี้จะประหยัดพื้นที่ที่สุด และ ยังกรองได้ที่ความละเอียดสูง (10-20 ไมครอน) จึงไม่ต้องมีท่อระบายน้ำทิ้งสำหรับการล้างย้อน (Backwash)

    ข้อควรระวัง: ต้องถอดไส้กรองออกมาฉีดน้ำล้างเองบ่อยๆหากสระสกปรก

  2. ถังกรองทรายขนาดเล็ก (Small Sand Filter): ซึ่งถังกรองประเภทนี้จะมีความทนทาน ดูแลรักษาง่ายที่สุด แค่หมุนวาล์วเพื่อล้างทรายก็เพียงพอแล้ว

    ทำไมควรเลือกถังประเภทนี้กับสำหรับสระขนาดเล็ก
    • หากเน้นความเงียบ และ ความกะทัดรัดถังกรองทรายขนาดเล็กจะตอบโจทย์เนื่องจากส่วนใหญ่จะมีห้องเครื่องอยู่ใกล้ตัวบ้าน
    • การคำนวณ: สำหรับสระขนาด 20 ลบ.ม. คุณต้องการ Flow Rate ประมาณเพียง 3 - 4 ลูกบาศก์เมตร/hr ซึ่งถังกรองขนาด 14-16 นิ้ว ก็เพียงพอแล้ว

แนะนำวิธีเลือกถังกรองของสระขนาดกลางถึงใหญ่ (Pool M-L: 50 - 150+ ลบ.ม.)

กลุ่มเป้าหมาย: สระบ้านพักอาศัยขนาดใหญ่, สระสโมสรหมู่บ้าน, สระโรงแรม

โดยลักษณะเฉพาะของสระใหญ่ จะมีปริมาณน้ำที่มาก ซึ่งจะหมายถึง "ภาระสิ่งสกปรก" (Dirt Load) ที่มากขึ้นตามไปด้วย การดูแลระบบแบบสระขนาดเล็กจะทำให้ระบบเสียหายเสียก่อน

ซึ่งประเภทของถังกรองที่แนะนำสำหรับสระขนาดกลางถึงใหญ่ ได้แก่

  1. ถังกรองทราย (Sand Filter - Side Mount/Top Mount): เป็นมาตรฐานทองคำสำหรับสระขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถใส่สารกรองได้ในปริมาณมากๆ ยังสามารถรับแรงดันได้สูง และ ทำความสะอาดง่ายด้วยระบบ Backwash
  2. สารกรองแก้ว (Glass Media): หากเป็นถังกรองสำหรับสระขนาดใหญ่ แนะนำให้เปลี่ยนจากทรายเป็น "แก้วกรอง" เพราะกรองได้ละเอียดกว่า ไม่จับตัวเป็นก้อน และ ยังช่วยลดภาระของปั๊มน้ำได้อีกด้วย

    การเลือกถังกรองสำหรับสระขนาดใหญ่
    • Multi-Filter System: หากสระมีขนาดใหญ่มาก (เช่น 200 ลบ.ม. ขึ้นไป) การใช้ถังกรองขนาดใหญ่ใบเดียวอาจดูแลยาก ช่างเทคนิคมักแนะนำให้ใช้ ถังกรอง 2 ใบขนานกัน เพื่อเพิ่มพื้นที่กรอง และ เป็นระบบสำรองหากใบใดใบหนึ่งเสียหาย
    • การเลือกปั๊มให้แมตช์: หากเป็นถังกรองขนาดใหญ่ต้องใช้คู่กับปั๊มที่มีแรงม้า (HP) สูงพอจะดันน้ำผ่านสารกรองได้

3 ข้อผิดพลาดที่คนคิดจะสร้างสระว่ายน้ำมักพลาด (และ วิธีแก้)

  1. ถังกรองใหญ่แต่ปั๊มเล็ก
    ถ้าปั๊มน้ำมีแรงไม่พอ น้ำจะไหลผ่านถังกรองช้าเกินไปจนไม่เกิดการหมุนเวียนที่ดียามต้องการล้างทราย (Backwash) ทรายจะไม่สะอาด และ กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้

    วิธีแก้: ควรตรวจสอบตาราง Performance Curve ของปั๊มให้สอดคล้องกับ Design Flow ของถังกรองก่อนเสมอ
  2. ขี้เกียจล้างกรองจนเกจวัดแรงดันพุ่ง
    ไม่ว่าสระขนาดเล็ก หรือ ใหญ่ หากเข็มมิเตอร์บนถังกรองขยับไปที่ โซนสีแดง แสดงว่าข้างในตัน การฝืนใช้งานจะทำให้ถังกรองร้าว หรือ วาล์วพังได้

    วิธีแก้: ให้ล้างกรองสม่ำเสมอ หรือ ติดตั้งระบบ Automatic Backwash สำหรับสระขนาดใหญ่
  3. เลือกสารกรองผิดประเภท
    การใช้ทรายก่อสร้างมาใส่ถังกรองทรายจะทำให้ระบบพัง เพราะขนาดเม็ดทรายไม่สม่ำเสมอกัน

    วิธีแก้: ให้ใช้ทรายคัดขนาด (Silica Sand) หรือ แก้วกรองที่ได้มาตรฐานสำหรับสระว่ายน้ำเท่านั้น

จะเห็นได้ว่าการเลือกถังกรองสำหรับสระว่ายน้ำ ไม่ใช่แค่เลือกให้ “ใหญ่ที่สุด” หรือ “ถูกที่สุด” แต่ต้องเลือกให้เหมาะสมกับ ขนาดสระ , การใช้งาน , งบประมาณ และ ระบบปั๊ม สุดท้ายแล้วหากมี “ระบบกรองที่ดี” คือการลงทุนที่จะช่วยให้สระว่ายน้ำของคุณใช้งานได้อย่างยั่งยืน ปลอดภัย และ ยังสร้างความประทับใจให้ผู้ใช้งานทุกครั้งที่ลงสระด้วย ดังนั้นหากสนใจติดตั้งระบบถังกรองสระว่ายโดยผู้เชี่ยวชาญเราขอแนะนำ MISTER POOL รับออกแบบสระว่ายน้ำ รับสร้างสระว่ายน้ำ ติดตั้ง และ วางระบบสระว่ายน้ำ ครบวงจร โดยเรารับสร้างสระว่ายน้ำ โดยทีมวิศวกร และ สถาปนิก ที่มีประสบการณ์ด้านงานออกแบบ และ ติดตั้ง ดำเนินการโดยช่างผู้ชำนาญการอย่างมืออาชีพนั้นเอง


ติดต่อสอบถาม

บริษัท มิสเตอร์พูล จำกัด
408 ถนนรัชดาภิเษก แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

โทร: 02-290-1299 , 088-874-3087