เคมีสระว่ายน้ำ

blog-c2-9

เลือกใช้เคมีสระว่ายน้ำอย่างไรให้ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งาน

เรียนรู้สาเหตุที่ทำให้สระว่ายน้ำสกปรก พร้อมคำแนะนำในการใช้งานเคมีสระว่ายน้ำให้ปลอดภัย

หลายคนอาจจะคิดว่า การดูแลสระว่ายน้ำให้ใสสะอาด ขอแค่ทำความสะอาดสระว่ายน้ำเป็นประจำ และมีระบบกรองสระว่ายน้ำที่ดีก็เพียงพอแล้ว แต่จริง ๆ ยังมีเรื่องของการเลือกใช้เคมีสระว่ายน้ำที่เป็นตัวช่วยสำคัญในการดูแลสระว่ายน้ำอีกด้วย บทความนี้ มิสเตอร์ พูล ขอบอกสาเหตุที่ทำให้สระว่ายน้ำเกิดความสกปรก พร้อมคำแนะนำในการใช้งานเคมีสระว่ายน้ำแต่ละรูปแบบให้เหมาะสม เพื่อให้ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน

สาเหตุที่ทำให้สระว่ายน้ำเกิดความสกปรก พร้อมเหตุผลว่าทำไมจึงควรใช้เคมีสระว่ายน้ำ

ปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้สระว่ายน้ำเกิดความสกปรกได้ เราสามารถแบ่งออกมาได้เป็น 3 อย่าง ดังนี้

  1. ผู้ใช้งานสระว่ายน้ำ
    เมื่อเราไปใช้บริการสระว่ายน้ำหลาย ๆ ที่ เราอาจสังเกตได้ว่า ก่อนที่จะลงเล่นน้ำ จะมีบริเวณที่ให้เราล้างตัวก่อนลงสระน้ำ ซึ่งการล้างตัว จะทำให้เราได้ล้างคราบเหงื่อ น้ำหอม ครีมบำรุงต่าง ๆ ที่เราทาเอาไว้ก่อนลงเล่นน้ำออกไป เพื่อป้องกันไม่ให้สระเกิดการปนเปื้อนจนเกิดการสกปรกได้ แต่ทั้งนี้ การชำระล้างร่างกายก่อนลงเล่น ก็ไม่สามารถกำจัดสิ่งสกปรกบนตัวเราออกได้ทั้งหมด เพียงแค่ลดความสกปรกที่อาจปนเปื้อนลงในสระลงได้เท่านั้นเอง

  2. สภาพแวดล้อมของสระว่ายน้ำ
    เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สระว่ายน้ำเกิดความสกปรกได้ แม้จะไม่มีการใช้งานสระว่ายน้ำเลยก็ตาม โดยสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลให้สระว่ายน้ำเกิดความสกปรกได้ เช่น ลม ที่พัดเอาฝุ่น ใบไม้ หรือเศษขยะต่าง ๆ ลงมาในสระว่ายน้ำ หรือน้ำฝน ที่ไม่ได้มีความสะอาด ปนเปื้อนไปด้วยฝุ่นละออง สารเคมีต่าง ๆ ซึ่งทำให้สมดุลน้ำในสระเปลี่ยนไป รวมไปถึงแสงแดดที่มีอุณหภูมิสูง ที่สามารถทำลายสารเคมีในการควบคุมสมดุลน้ำที่มีผลทำให้เชื้อโรคเติบโตได้ด้วย

  3. แหล่งน้ำ
    น้ำที่นำมาใช้ในสระว่ายน้ำ มักมีสารอินทรีย์ สารเคมี หรือแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดสีและกลิ่นได้ด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ส่งผลให้สกปรกได้เร็วขึ้น

ด้วยปัจจัยเหล่านี้ การใช้เคมีสระว่ายน้ำจึงมีความสำคัญ ที่จะช่วยในการย่อยสลายและลดการก่อตัวของแบคทีเรียที่ทำให้สระสกปรก เคมีสระว่ายน้ำจะช่วยให้น้ำในสระคงความใส ไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ และเป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพน้ำที่ใช้สำหรับการอาบน้ำ และที่สำคัญคือ ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายด้วย

เคมีสระว่ายน้ำ มีกี่ประเภท แต่ละแบบเลือกใช้งานอย่างไรให้ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งาน

  1. คลอรีน
    เป็นหนึ่งในเคมีสระว่ายน้ำฆ่าเชื้อโรคชนิดหนึ่ง ซึ่งมีให้เลือกหลายชนิดด้วยกันแตกต่างกันไปตามอัตราส่วน เช่น คลอรีน 90% 60% และ 10% โดยทั่วไปมักใช้งานแบบคลอรีน 90% เนื่องจากมีความเข้มข้นสูง ใช้ในปริมาณน้อย ๆ ได้ ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ดี และเลือกใช้ในความเหมาะสมของค่าคลอรีนที่ต้องการได้

  2. โซดาแอช
    โซดาแอชเป็นเคมีสระว่ายน้ำที่มีคุณสมบัติเป็นด่าง ใช้ในการปรับสภาพน้ำในกรณีที่น้ำสระว่ายน้ำมีความเป็นกรดที่มีค่า pH ต่ำกว่า 6.8 ในการใช้งาน ให้คนโซดาแอชให้ละลายจนหมดแล้วจึงเทลงสระว่ายน้ำ โดยปกติจะใช้งานประมาณ 1.3 กิโลกรัม ต่อสระว่ายน้ำขนาด 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยผู้ดูแลในการเติมเคมีสระว่ายน้ำชนิดนี้ จะต้องคอยเติมเพื่อรักษาค่า pH ให้อยู่ในระดับมาตรฐานที่ประมาณ 7.2 - 7.6 เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานสระ

  3. กรดเกลือแห้ง
    ใช้ในการปรับสภาพน้ำในสระว่ายน้ำที่มีค่าเป็นด่าง (ค่า pH สูงกว่า 7.8) ในการเติมให้ค่อย ๆ คนให้กรดเกลือละลายเข้ากัน แล้วเทลงในสระว่ายน้ำทีละนิดในปริมาณ 1 กิโลกรัมต่อสระว่ายน้ำขนาด 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวันเพื่อรักษาค่า pH ให้ตรงตามมาตรฐานการใช้งาน

  4. ผงกรอง
    เคมีสระว่ายน้ำชนิดพิเศษที่จะช่วยกรองน้ำในสระว่ายน้ำ โดยผงกรองนี้จะใช้ร่วมกับระบบถังกรองผ้า โดยผงจะไปเคลือบติดอยู่กับแผ่นกรอง ซึ่งมีปริมาณขึ้นอยู่กับรุ่นและขนาดของเครื่องกรอง ใช้งานโดยการนำไปกรองในสระว่ายน้ำอีกที เมื่อสกปรกแล้วก็สามารถถอดล้างถังกรองและเปลี่ยนได้ง่าย

  5. น้ำยาควบคุมตะไคร่น้ำ (Swim trine)
    เป็นเคมีสระว่ายน้ำที่ช่วยในการควบคุมการเจริญเติบโตของตะไคร่น้ำในสระว่ายน้ำ และช่วยให้สระว่ายน้ำมีสีฟ้าสดใสด้วย น้ำยานี้จะใช้งานตามระยะเวลาในการบำบัดรักษา ไม่ได้ใช้งานเป็นประจำทุกวัน สำหรับอัตราส่วนจะขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำยาและขนาดของสระว่ายน้ำ โดยทั่วไปจะใช้ ½ แกลลอนต่อสระว่ายน้ำ 100 คิว

  6. น้ำยาปรับสภาพน้ำใส (Pool trine)
    เคมีสระว่ายน้ำนี้จะช่วยแก้ปัญหาน้ำเขียวของสระว่ายน้ำที่เกิดจากการขาดการดูแลได้เป็นอย่างดี โดยน้ำยานี้จะช่วยในการปรับสภาพน้ำ ให้ตะไคร่น้ำตายและตกตะกอนสู่ก้นสระ จากนั้นให้ผู้ดูแลดูดตะกอนออกและทำความสะอาดสระว่ายน้ำต่อไป โดยทั่วไปจะใช้ ½ แกลลอนต่อสระว่ายน้ำ 100 คิว

  7. น้ำยาเร่งการตกตะกอน
    เคมีสระว่ายน้ำช่วยในการแก้ปัญหาสภาพน้ำขุ่นในสระที่มีสารแขวนลอยมาก น้ำยานี้จะช่วยให้สารแขวนลอยมารวมตัวกันและตกตะกอนลงสู่สระว่ายน้ำ เพื่อทำความสะอาดต่อไป ปริมาณในการใช้งานน้ำยานี้จะใช้อยู่ที่ประมาณ 1 - ½ แกลลอนต่อสระว่ายน้ำ 100 คิว

  8. น้ำยาทำความสะอาดกระเบื้องขอบสระ
    เคมีสระว่ายน้ำนี้ใช้งานโดยการชุบกับฟองน้ำหรือผ้า เช็ดตามกระเบื้องขอบสระว่ายน้ำที่มีคราบสกปรกเกาะ น้ำยาชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษคือไม่มีฟอง และมีค่า pH เป็นกลาง ทำให้ไม่มีผลกระทบกับน้ำในสระว่ายน้ำ

MISTER POOL รับออกแบบสระว่ายน้ำ ติดตั้ง และวางระบบสระว่ายน้ำแบบครบวงจร พร้อมบริการดูแลสระว่ายน้ำด้วยเคมีสระว่ายน้ำอย่างปลอดภัย โดยผู้เชี่ยวชาญ

จะเห็นได้ว่าหากเราเลือกใช้เคมีสระว่ายน้ำอย่างเหมาะสม จะทำให้เราได้สระว่ายน้ำที่สวย สะอาด น่าเล่น และปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน แต่ถ้าหากคุณยังมีข้อสงสัยในการเลือกใช้เคมีสระว่ายน้ำเพื่องานดูแลสระว่ายน้ำ สามารถติดต่อเพื่อรับคำปรึกษาได้เลยที่ MISTER POOL บริษัทรับออกแบบสระว่ายน้ำ ติดตั้ง และวางระบบสระว่ายน้ำแบบครบวงจร ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี และความชำนาญด้านงานสระว่ายน้ำโดยเฉพาะ จำหน่ายอุปกรณ์สระว่ายน้ำคุณภาพอันดับหนึ่งจาก Pentair พร้อมให้บริการด้านงานสระว่ายน้ำ ให้คำปรึกษาด้านการดูแลสระว่ายน้ำด้วยเคมีสระว่ายน้ำ ที่ได้มาตรฐาน เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากมายทั่วประเทศกว่า 1,000 ราย ซึ่งจะมอบความมั่นใจในคุณภาพและการบริการที่ดีที่สุดให้กับคุณ


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :

Tel :088-874-3087
Line ID :@mrpool
E-mail :sales@mrpool.co.th
Facebook :@mrpoolthailand
Website :https://www.mrpool.co.th