วิธีคำนวณขนาดปั๊มและระบบกรองสระว่ายน้ำให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน

วิธีคำนวณขนาดปั๊มและระบบกรองสระว่ายน้ำให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน

วิธีคำนวณขนาดปั๊มและระบบกรองสระว่ายน้ำให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน

แนะนำวิธีคำนวณขนาดปั๊ม และ ระบบกรองสระว่ายน้ำให้ยืดอายุการใช้งานระบบ และ เหมาะสม

การมีสระว่ายน้ำภายในบ้าน โรงแรม รีสอร์ต หรือ โครงการอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยงาม และ การพักผ่อนเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับ “ระบบหมุนเวียนน้ำ” ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหัวใจสำคัญของระบบนี้ก็คือ “ปั๊มสระว่ายน้ำ” และ “ระบบกรองน้ำ” โดยหนึ่งในปัญหาที่เจ้าของบ้านหรือ แม้แต่ช่างผู้รับเหมามือใหม่มักพบเจอบ่อยที่สุดคือ "น้ำเขียว ขุ่น หรือ มีตะไคร่ขึ้นเร็วผิดปกติ" ซึ่งหากปั๊มเล็กเกินไป น้ำในสระก็จะไม่ถูกหมุนเวียนไปกรองอย่างทั่วถึง แต่ถ้าปั๊มใหญ่เกินไป นอกจากจะเปลืองไฟแล้ว แรงดันน้ำที่สูงเกินสะสมยังอาจทำให้ถังกรอง และ ระบบท่อแตกร้าวเสียหายได้ ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกวิธีคำนวณ และ หลักการออกแบบระบบหมุนเวียนน้ำในสระว่ายน้ำอย่างละเอียดเพื่อให้คุณสามารถเลือกขนาดปั๊ม และ ถังกรองได้แมตช์กับพื้นที่ใช้งานจริงอย่างคุ้มค่า ปลอดภัย และ ประหยัดพลังงานที่สุด

แนะนำขั้นตอนในการคำนวณหาขนาดปั๊มสระว่ายน้ำที่เหมาะสม

  1. การคำนวณปริมาตรน้ำในสระ
    สูตรแรกที่เราต้องหา คือปริมาตรน้ำทั้งหมดในสระ ซึ่งมีหน่วยเป็น ลูกบาศก์เมตร (คิว) โดยวิธีคำนวณจะขึ้นอยู่กับ "รูปทรง" ของสระว่ายน้ำของคุณ โดยหากสระเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า / จัตุรัส (ความลึกเท่ากันทั้งสระ) นี่คือรูปทรงที่คำนวณง่ายที่สุด โดยใช้สูตร:

    ปริมาตรน้ำ (คิว) =ความกว้าง (เมตร) x ความยาว (เมตร) x ความลึกเฉลี่ย (เมตร)

    ตัวอย่าง: สระกว้าง 4 เมตร ยาว 8 เมตร มีความลึกสม่ำเสมอที่ 1.2 เมตร
    ปริมาตรน้ำ = 4 x 8 x 1.2 = 38.4 คิว
  2. การหาอัตราการไหลที่ต้องการ (Flow Rate Requirement)
    เมื่อเราทราบปริมาตรน้ำรวมในสระแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการคำนวณหาว่า "ในเวลา 1 ชั่วโมง ปั๊มน้ำต้องสามารถสูบน้ำได้ปริมาณเท่าไหร่" เพื่อให้สอดคล้องกับ Turnover Rate ที่เราเลือก หน่วยที่ใช้ในวงการปั๊มน้ำมักจะเป็น ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง หรือ แกลลอนต่อนาที (GPM)

    สูตรการคำนวณคือ:
    อัตราการไหลที่ต้องการ (ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง) = ปริมาตรน้ำทั้งหมดในสระ (คิว) / ระยะเวลา Turnover Rate ที่ต้องการ (ชั่วโมง)

    ลองมาดูโจทย์ตัวอย่างจริงเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนครับ : สมมติว่าคุณสร้างสระว่ายน้ำบ้านพักอาศัยส่วนตัว ขนาดกว้าง 5 เมตร ยาว 10 เมตร ลึก 1.2 เมตร และ ต้องการเปิดใช้งานระบบกรองวันละรอบ โดยตั้งเป้าหมาย Turnover Rate ไว้ที่มาตรฐานความสะอาดสูงสุดคือ 6 ชั่วโมง
    • ขั้นแรก หาปริมาตรน้ำ: 5 x 10 x 1.2 = 60 คิว
    • ขั้นที่สอง คำนวณ Flow Rate: Flow Rate = 60 คิว /6 ชั่วโมง = 10 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง
    • สรุปผลลัพธ์ขั้นต้น: คุณจำเป็นต้องเลือกชุดปั๊ม และ ถังกรองที่สามารถทำความเร็วในการจ่ายน้ำได้ไม่ต่ำกว่า 10 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงนั้นเอง

วิธีคำนวณ และ เลือกขนาด "ถังกรองสระว่ายน้ำ"ที่เหมาะสม

เมื่อได้ขนาดปั๊มน้ำแล้ว กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดในระบบวิศวกรรมสระว่ายน้ำคือ "ขนาดของถังกรองต้องใหญ่กว่า หรือ เท่ากับอัตราการไหลของปั๊มเสมอ"

  1. ถังกรองทราย
    เป็นระบบที่ได้รับความนิยมสูงสุด (มากกว่า 80% ของตลาด) เนื่องจากดูแลรักษาง่าย ทนทาน และ ค่าใช้จ่ายต่ำ สามารถกรองความละเอียดได้ประมาณ 20-40 ไมครอน
    • การคำนวณ: ถังกรองทรายแต่ละขนาดจะมีระบุค่า Maximum Flow Rate เอาไว้ในสเปก เช่น ถังกรองขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 24 นิ้ว มักรับอัตราการไหลได้สูงสุดประมาณ 14 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง
    • หลักการเลือก: ถ้าปั๊มน้ำของคุณทำ Flow Rate ได้ 10 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง คุณต้องเลือกถังกรองทรายที่มีสเปกรับน้ำได้ไม่ต่ำกว่า 10 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง (แนะนำให้เลือกขนาดที่รับได้ 12-14 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง เพื่อเผื่อแรงต้านตอนทรายเริ่มสกปรก)
  2. ถังกรองผ้ากระดาษ / ถังกรองกระดาษ
    จะใช้ไส้กรองกระดาษจีบดักจับสิ่งสกปรก มีข้อดี คือกรองได้ละเอียดกว่าทราย (ประมาณ 10-20 ไมครอน) และ ไม่ต้องทำระบบล้างย้อน (Backwash) ทำให้ประหยัดน้ำ เหมาะกับสระในร่ม สระขนาดเล็ก หรือ สระสปาที่ไม่ค่อยมีฝุ่นละอองหนัก

    ข้อจำกัด: ต้องถอดไส้กรองออกมาฉีดล้างด้วยมือบ่อยครั้ง และ ต้องเปลี่ยนไส้กรองใหม่ทุกๆ 1-2 ปี 
  3. ถังกรองผงกรอง / ถังกรองดีอี
    เป็นระบบกรองที่ละเอียดที่สุดในโลก (กรองได้ถึง 2-5 ไมครอน) ทำให้น้ำใสเคลียร์ระยิบระยับเหมือนคริสตัล โดยใช้สารเรขาคณิตจากฟอสซิลของสาหร่ายเซลล์เดียว (ผงดีอี) ไปเคลือบติดบนแผ่นผ้ากรอง

    ข้อจำกัด: ราคาเครื่องแพงที่สุด การบำรุงรักษายุ่งยาก ต้องคอยเติมผงกรองทุกครั้งหลังการล้างระบบ และไม่เหมาะกับพื้นที่ที่มีน้ำกระด้างสูง

จะเห็นว่าการเลือกปั๊ม และ ระบบกรองสระว่ายน้ำไม่ใช่เรื่องของ "การเดาสุ่ม" หรือ เลือกตามงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่เป็นวิทยาศาสตร์ และ วิศวกรรมที่ตรงไปตรงมา การลงทุนเวลาเพื่อคำนวณปริมาตรสระ หาค่า Flow Rate และ เลือกอุปกรณ์ที่แมตช์กันอย่างถูกต้องตั้งแต่ก่อนเริ่มก่อสร้าง จะช่วยการันตีว่าคุณจะได้สระว่ายน้ำที่ใสสะอาดน่าใช้งานอยู่เสมอ ดังนั้นหากสนใจสร้างสระว่ายน้ำโดยผู้เชี่ยวชาญเราขอแนะนำ MISTER POOL เรารับออกแบบสระว่าย รับสร้างสระว่ายน้ำ ติดตั้ง และ วางระบบสระว่ายน้ำ ครบวงจร โดยเรารับสร้างสระว่ายน้ำ โดยทีมวิศวกร และ สถาปนิก ที่มีประสบการณ์ด้านงานออกแบบ และ ติดตั้ง อีกทั้งยังมีอุปกรณ์สารเคมีสระว่ายน้ำที่ได้มาตรฐานเพื่อให้สระว่ายน้ำของคุณมีคุณภาพตลอดการใช้งาน ที่ดำเนินการโดยช่างผู้ชำนาญการอย่างมืออาชีพนั้นเอง



ติดต่อสอบถาม

บริษัท มิสเตอร์พูล จำกัด

408 ถนนรัชดาภิเษก แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

โทร: 02-290-1299, 088-874-3087