วิธีตรวจสอบระดับเกลือในสระว่ายน้ำ

แนะนำ 4 วิธีการตรวจสอบระดับเกลือในสระว่ายน้ำ
ปัจจุบัน สระว่ายน้ำระบบเกลือ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในบ้านพักอาศัย โรงแรม
รีสอร์ต สโมสร และ โครงการหมู่บ้าน เนื่องจากช่วยลดการใช้คลอรีนแบบเติมโดยตรง ทำให้น้ำมีความอ่อนโยนต่อผิวหนัง และ ดวงตา มีกลิ่นคลอรีนน้อยกว่า และ ช่วยให้การดูแลคุณภาพน้ำสะดวกมากขึ้น หลายๆคนเข้าใจผิดว่าระบบสระเกลือไม่จำเป็นต้องตรวจสอบคุณภาพน้ำ แต่ในความเป็นจริง การตรวจสอบระดับเกลือเป็นประจำ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และ ยืดอายุการใช้งานของเครื่องผลิตคลอรีน ดังนั้นบทความนี้จะอธิบายวิธีตรวจสอบระดับเกลือในสระว่ายน้ำอย่างละเอียด เพื่อให้สระว่ายน้ำของคุณสะอาด ปลอดภัย และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
ทำไมต้องตรวจสอบสระว่ายน้ําระบบเกลือ? และ ระดับมาตรฐานคือเท่าไหร่?
ก่อนที่จะไปเรียนรู้วิธีการวัด สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจกลไกพื้นฐาน และ ตัวเลขเป้าหมายที่เราต้องการก่อน
1.ระดับน้ำเกลือมาตรฐานในสระ
สำหรับสระว่ายน้ำส่วนใหญ่ ระดับความเข้มข้นของเกลือที่เหมาะสมที่สุดจะอยู่ที่ช่วง 3,000 ถึง 4,000 ppm โดยมีค่าเฉลี่ยที่สมบูรณ์แบบที่สุดอยู่ที่ 3,200 ppm
หมายเหตุ: เครื่องแปลงเกลือบางยี่ห้อ (เช่น แบรนด์ฝั่งยุโรป หรือ ออสเตรเลียบางรุ่น) อาจถูกออกแบบมาให้ทำงานที่ระดับเกลือต่ำพิเศษประมาณ 1,500 - 2,500 ppm หรือ บางรุ่นอาจต้องการสูงถึง 4,500 ppm จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องตรวจสอบคู่มือใช้งานของเครื่อง Chlorinator ที่บ้านของคุณเป็นหลัก
2. ผลกระทบเมื่อระดับเกลือไม่ได้มาตรฐาน
- ระดับเกลือต่ำเกินไป (Less than 2,700 ppm): เครื่อง Chlorinator จะหยุดทำงาน หรือ ขึ้นไฟเตือน "Low Salt" ระบบจะไม่สามารถผลิตคลอรีนได้ น้ำในสระจะเริ่มขุ่น แบคทีเรียสะสม และ กลายเป็นสีเขียวจากตะไคร่น้ำภายในไม่กี่วัน
- ระดับเกลือสูงเกินไป (More than 4,500 ppm): แม้ว่าเครื่องจะยังผลิตคลอรีนได้ แต่อุณหภูมิของแผ่นเพลตจะสูงขึ้น และ เสื่อมสภาพเร็ว ที่สำคัญคือน้ำจะเริ่มมีความเค็มจนลิ้นสัมผัสได้ (ปกติที่ 3,200 ppm น้ำจะมีรสกร่อยจางๆ เท่านั้น) และ เกลือที่เข้มข้นเกินไปจะเริ่มกัดกร่อนบันไดสเตนเลส ไฟใต้น้ำ ระบบท่อ และ ปั๊มน้ำ
4 วิธีการตรวจสอบระดับเกลือในสระว่ายน้ำ
การตรวจสอบระดับน้ำเกลือในสระว่ายน้ำสามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การใช้แผงควบคุมอัจฉริยะไปจนถึงการใช้สารเคมีทดสอบ โดยแต่ละวิธีมีข้อดี ข้อจำกัด และ ระดับความแม่นยำที่แตกต่างกัน ดังนี้
วิธีที่ 1: การดูจากหน้าจอเครื่องแปลงเกลือ
เป็นวิธีที่สะดวกสบายที่สุด เนื่องจากเครื่อง Chlorinator ยุคใหม่เกือบทุกเครื่องจะมีเซนเซอร์วัดค่าความนำไฟฟ้าของน้ำ และ แปลงค่าออกมาเป็นตัวเลข ppm แสดงบนหน้าจอโดยอัตโนมัติ
ขั้นตอนการตรวจสอบ:
- เดินไปที่ตู้ควบคุมระบบสระว่ายน้ำ
- เปิดระบบปั๊มน้ำให้ทำงานให้น้ำหมุนเวียนคงที่ประมาณ 5-10 นาทีเพื่อให้เซนเซอร์วัดค่าได้อย่างแม่นยำ
- อ่านค่าที่แสดงบนหน้าจอดิจิทัล (เช่น แสดงผลเป็น 3,200 ppm หรือ 3.2 g/L)
ข้อควรระวังของวิธีนี้: เซนเซอร์ของเครื่องอาจมีความคลาดเคลื่อนได้หากแผ่นประจุไฟฟ้า เริ่มมีคราบหินปูนมาเกาะ หรือ ตัวเซนเซอร์เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ดังนั้น ห้ามเชื่อตัวเลขบนหน้าจอ 100% ควรมีการตรวจสอบไขว้ด้วยวิธีอื่นร่วมด้วยเดือนละครั้ง
วิธีที่ 2: การใช้แถบตรวจวัดระดับเกลือ
เป็นวิธีทางเคมีที่ได้มาตรฐาน แม่นยำ และ เป็นที่นิยมที่สุดสำหรับผู้ดูแลสระทั่วไป แถบวัดที่ได้มาตรฐานสากลส่วนใหญ่จะใช้หลักการเปลี่ยนสีของสารซิลเวอร์ไนเตรต
อุปกรณ์ที่ต้องใช้: ชุดแถบวัดระดับเกลือ และ แก้วใสขนาดเล็ก
ขั้นตอนการปฏิบัติอย่างละเอียด:
- นำแก้วสะอาดไปตักน้ำจากสระว่ายน้ำ โดยตักลึกลงไปจากผิวน้ำประมาณ 30-45 เซนติเมตร (หลีกเลี่ยงการตักบริเวณผิวน้ำ หรือ ใกล้ท่อน้ำเข้า เพราะค่าอาจเพี้ยน) ตักน้ำขึ้นมาสูงประมาณ 1 นิ้ว
- หยิบแถบตรวจวัดระดับเกลือออกจากขวด (รีบปิดฝาขวดทันทีเพื่อป้องกันความชื้นเข้าไปทำลายแถบที่เหลือ)
- จุ่มแถบวัดลงในแก้วน้ำในแนวตั้ง โดยให้ส่วนล่างของแถบจุ่มลงในน้ำ ห้ามจุ่มแถบลงไปทั้งชิ้น ให้ส่วนบนแห้งไว้
- รอประมาณ 3-5 นาที สังเกตแถบสีเหลืองด้านบนสุดของแผ่นตรวจ หากแถบนี้เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท แปลว่าปฏิกิริยาเคมีเสร็จสิ้นแล้ว
- ยกแถบวัดขึ้นมา สังเกตจุดสูงสุดของ "รอยสามเหลี่ยมสีขาว" ที่เกิดขึ้นบนขีดสเกลตัวเลข
- นำค่าตัวเลขสเกลที่ได้ (เช่น สเกลอ่านได้เลข 5.2) ไปเทียบกับ ตารางแปลผลข้างขวด เพื่อแปลงค่าสเกลให้เป็นหน่วย ppm ของเกลือ (เช่น เลข 5.2 อาจเท่ากับ 3,120 ppm)
วิธีที่ 3: การใช้เครื่องวัดเกลือแบบดิจิทัลพกพา
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็ว ทราบผลทันที และ ไม่ต้องคอยซื้อแถบวัดเคมีบ่อยๆ เครื่องมือนี้จะใช้วิธีวัดความต้านทานไฟฟ้าของน้ำแล้วแปลงเป็นค่าสารละลายรวมหรือค่าเกลือโดยเฉพาะ
ขั้นตอนการใช้งาน:
- เปิดเครื่องวัดดิจิทัล และ ถอดฝาครอบหัวออก
- เปิดน้ำในสระให้หมุนเวียน จากนั้นจุ่มหัวโพรบลงไปในน้ำสระลึกประมาณ 1-2 นิ้ว
- แกว่งเครื่องมือเบาๆ ในน้ำเพื่อไล่ฟองอากาศที่อาจเกาะอยู่บริเวณปลายเซนเซอร์ออก
- รอให้ตัวเลขบนหน้าจอนิ่ง (หากเครื่องมีปุ่ม Hold ให้กดเพื่อล็อกค่าตัวเลข) จากนั้นอ่านผลหน่วยเป็น ppm หรือ ppt
ข้อแนะนำสำคัญ: เครื่องวัดดิจิทัลจะแม่นยำก็ต่อเมื่อมีการ Calibrate (ปรับตั้งค่ามาตรฐาน) อยู่เสมอ ควรใช้น้ำยามาตรฐาน ในการปรับตั้งค่าเครื่องวัดอย่างน้อยทุกๆ 2-3 เดือน
วิธีที่ 4: การใช้ชุดทดสอบแบบหยดสารเคมี
เป็นวิธีที่ห้องปฏิบัติการ และ ช่างสระว่ายน้ำมืออาชีพเลือกใช้ เนื่องจากมีความแม่นยำสูงที่สุด และ ไม่ได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิ หรือ คราบสกปรกของเซนเซอร์
หลักการทำงาน: ใช้การนับจำนวนหยดของสารเคมีจนกว่าน้ำจะเปลี่ยนสี
ขั้นตอนการใช้งานย่อย:
- ตักน้ำจากสระใส่หลอดทดสอบตามขีดปริมาตรที่กำหนดในชุดตรวจ (มักจะอยู่ที่ 5 หรือ 10 มิลลิลิตร)
- หยดสารเคมีตัวเร่งปฏิกิริยาลงไปตามจำนวนหยดที่ระบุ น้ำจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสว่าง
- นำสารละลายซิลเวอร์ไนเตรตค่อยๆ หยดลงไปทีละ 1 หยด พร้อมกับเขย่าหลอดเบาๆ ในทุกๆ หยด
- นับจำนวนหยด ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งน้ำในหลอดทดสอบเปลี่ยนสีอย่างถาวรจากสีเหลืองกลายเป็นสีส้มอิฐ หรือ สีน้ำตาลอมแดง
- นำจำนวนหยดที่นับได้ไปคูณกับค่าคงที่ตามคู่มือ (เช่น 1 หยด เท่ากับ 200 ppm หากหยดไป 16 หยดแล้วเปลี่ยนสี ค่าเกลือจะเท่ากับ 16 X 200 = 3,200ppm
จะเห็นได้ว่าการตรวจสอบระดับเกลือในสระว่ายน้ำไม่ใช่เรื่องยาก หรือ ซับซ้อนเกินกว่าที่เจ้าของบ้านจะทำได้เอง การลงทุนซื้อ ปากกาวัดดิจิทัล หรือ แถบตรวจวัดคุณภาพดี ติดบ้านไว้ และ สละเวลาเพียงเดือนละ 10 นาทีในการตรวจเช็ก จะช่วยให้คุณประหยัดเงินค่าซ่อมบำรุงเครื่องแปลงเกลือราคาแพงไปได้หลายปีนั้นเอง แต่ถ้าคุณกำลังมองหาสระว่ายน้ำคุณภาพเราขอแนะนำ MISTER POOL เรารับออกแบบสระว่าย รับสร้างสระว่ายน้ำ ติดตั้ง และ วางระบบสระว่ายน้ำ ครบวงจร โดยเรารับสร้างสระว่ายน้ำทุกชนิด โดยทีมวิศวกร และ สถาปนิก ที่มีประสบการณ์ด้านงานออกแบบ และ ติดตั้ง อีกทั้งยังมีอุปกรณ์สารเคมีสระว่ายน้ำที่ได้มาตรฐานเพื่อให้สระว่ายน้ำของคุณมีคุณภาพตลอดการใช้งาน ที่ดำเนินการโดยช่างผู้ชำนาญการอย่างมืออาชีพนั้นเอง
ติดต่อสอบถาม
บริษัท มิสเตอร์พูล จำกัด
408 ถนนรัชดาภิเษก แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
โทร: 02-290-1299, 088-874-3087